สัมภาษณ์นักเขียน : พิราบนักฝัน ผู้เขียนเรื่อง วีอัลน่า สงครามครั้งสุดท้ายจากพระเจ้า

1.เเนะนำตัวหน่อยค่า~

สวัสดีค่า ชื่อดรีมค่ะ นามปากกาพิราบนักฝันค่ะ ตัวตนของพิราบจะสังเกตได้จากนามปากกาเลยค่ะ มีความย้อนแย้งในตัวเอง 555 นามปากกามุ้งมิ้ง แต่เนื้อเรื่องดาร์กมาก #ไม่ใช่ เป็นคนหน้าดุหน้านิ่งเสียงนิ่ง แต่จริงๆ เราไม่ใช่คนดุนะ 5555

จริงๆ นามปากกาพิราบนี่ทุกคนอ่านแล้วคงจะนึกถึงพิราบสีขาวฟรุ้งฟริ้งบินแบบน่ารักๆ แต่จริงๆ เป็นพิราบสีเทาค่ะ ตามโทนนิยายที่เขียนเลย

แล้วก็ใครที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ก็อาจจะตกใจนิดนึง เพราะเบื้องหลังเรื่องวีอัลน่าจะลึกซึ้งมาก มากกว่าที่ทุกคนคิดสุดๆ เลยค่ะ

 

2.เรื่องที่แต่งเรื่องแรกคือเรื่องอะไร ตอนนั้นอายุเท่าไหร่ แล้วเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรคะ

จำไม่ได้แล้วค่ะว่าเรื่องแรกที่แต่งคือเรื่องอะไร เพราะตอนนั้นแต่งแนวรักหวานๆ สดใสฟรุ้งฟริ้ง แล้วรู้สึกไม่เวิร์คไม่ใช่เรา เลยลบทิ้งไป แต่เรื่องแรกที่แต่งแล้วไม่ลบก็คือเรื่องนี้นี่แหละค่ะ ตอนนั้นอายุประมาณ 12-13 ค่ะ

ตัวเนื้อเรื่องจะพูดถึงสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ ความขัดแย้ง แล้วก็ความรักจากพระเจ้าค่ะ เพราะสิ่งมีชีวิตบนโลกแบ่งเผ่าพันธุ์กัน สงครามทุกครั้งจะกระทบถึงพระเจ้า บั่นทอนพลังของพระเจ้า เบื้องบนจึงเห็นว่าควรทำลายโลกใบนี้ทิ้งแล้วให้พระเจ้าหรือองค์วีอัลน่าสร้างโลกใบใหม่ขึ้นแทน แต่องค์วีอัลน่าเห็นสิ่งมีชีวิตบนโลกเป็นเหมือนลูก จึงทำไม่ลงและหาทางแทรกแซงโชคชะตา เพื่อทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกเลิกก่อสงคราม ซึ่งการกระทำของพระองค์ถือเป็นการละเมิดกฎของดวงดาว และบั่นทอนพลังของพระองค์ เรียกได้ว่าชะตากรรมของโลกอยู่ในมือพระเอกค่ะ

 

3.จุดเริ่มต้นของการเเต่งนิยายเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์คืออะไรคะ

ตอนนั้นอายุประมาณ 12-13 (ตอนนี้ 22) เพราะเรื่องนี้เขียนมาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นไม่ได้เขียนจริงจังด้วย พล็อตเลยรั่วมาก เราเขียนในสิ่งที่เราอยากอ่าน เราเป็นคนชอบปริศนา ชอบเรื่องราวที่มันไม่ได้สดใสเสมอไป เพราะตอนช่วงที่แต่งประมาณอายุ 12-16 เราเจอปัญหาชีวิตหนักมากๆ เจอทั้งการทรยศ การหักหลัง การใส่ร้าย จนเคยกรีดข้อมือ เคยจะฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง เราเลยเรียนรู้ว่าบนโลกนี้มันไม่ได้มีอะไรที่สวยงาม มันไม่มีเรื่องราวที่มีความสุขเสมอ หลายครั้งที่ปัญหาทุกอย่างมันหลอมรวมเป็นเรา แต่คนอื่นๆ ก็จะไม่เข้าใจเรา ตัวละครในเรื่องหลักๆ เลยมี แบ็กกราวด์’ที่ค่อนข้างดาร์ก แล้วก็เจอแต่เรื่องที่มืดๆ ค่ะ เราอยากเขียนเรื่องที่ทำให้ทุกคนเข้าใจถึงเบื้องหลังนิสัยของตัวละคร แล้วการเขียนนิยายในตอนนั้นมันก็เป็นการทำให้เรามีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อด้วยค่ะ เรามีนักอ่านที่ติดตามเรา มีนักอ่านที่อยากอ่านงานเรา ช่วงนั้นจะมีเขียนๆ หายๆ บ้าง แล้วก็หายยาวตอนช่วงม.ปลาย เพราะตอนนั้นเรากำลังปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่แล้วก็สอบเข้าอีก

วกกลับมาเรื่องนิยาย 555 นิยายเรื่องนี้แต่งในช่วงที่เขาฮิตรับสมัครตัวละครกัน ตอนนั้นเราเลยลองทำบ้าง ตัวละครประกอบหลายๆ ตัวเลยมาจากนักอ่าน ซึ่งตอนนั้นพล็อตก็มีความรั่วสูงมากๆ ค่ะ

พอมาปี 2558 หลังการดอง (จากการเขียนไม่จริงจัง) เราก็มาพบว่า ยังมีนักอ่านรอเราอยู่นะ เราเลยกลับมาเขียนอีกครั้ง ปี 2558 นี่แหละค่ะที่เป็นจุดหักชีวิต เรียกได้ว่าเพราะนิยายเรื่องนี้และเพราะนักอ่านเรื่องนี้จริงๆ ค่ะ ทำให้เราเริ่มรักในการเขียนนิยาย รักมากกก จึงตัดสินใจมาเขียนจริงจัง เอาพล็อตทุกเรื่องมาเกลาใหม่ทั้งหมดรวมทั้งเรื่องนี้ด้วย เราตัดส่วนที่เป็นน้ำออก มีการปรับเนื้อเรื่องให้สมเหตุสมผล ตัวละครไม่หลุดคาแรกเตอร์ เรียกได้ว่าตอนนั้นคือการรีไรท์ครั้งยิ่งใหญ่เลยค่ะ แต่เราก็ไม่ทิ้งตัวละครที่ทุกคนส่งมาให้เราค่ะ เพราะลบไปร่วม 70 หน้า A4 แล้วก็เขียนเพิ่มขึ้นมาอีก เนื้อเรื่องจึงมีความเข้มข้นที่สูง แล้วพอเราได้มาเกลา ได้มารีไรท์ตั้งแต่ต้นจนจบ เราเลยสามารถซ่อนปริศนาซ่อนคำใบ้ลงไปในเนื้อเรื่องได้มากขึ้นและได้แนบเนียนขึ้น(อิอิ) พอพล็อตแน่นแล้ว เราก็เริ่มรู้สึกว่าชื่อเรื่องเก่ามันไม่ใช่ มันไม่ค่อยมีความสอดคล้องกับเนื้อเรื่อง จึงเปลี่ยนจาก “โรงเรียนมหาเวทเยโรเมลเทียร์” เป็น “วีอัลน่า สงครามครั้งสุดท้ายจากพระเจ้า” ค่ะ

 

4.ทำไมถึงเลือกแต่งนิยายเเนวนี้

เพราะแฟนตาซี Writer As God, Writer is Rule นักเขียนคือคนกำหนดทุกอย่างค่ะ มันคือการสร้างโลกใบใหม่ โลกที่ได้เป็นอิสระ ทุกอย่างคือความจริงในเนื้อเรื่องนี้ เราสามารถทำให้มนุษย์บินบนท้องฟ้า สามารถสร้างสิ่งแปลกใหม่ได้โดยไม่ผิด แต่ที่สำคัญคือเราต้องทำให้ทุกอย่างสมเหตุสมผลค่ะ

แล้วก็ที่เป็นดาร์กแฟนตาซี เพราะพิราบไม่เชื่อว่าทุกอย่างบนโลกมันเป็นไปได้ง่ายดาย ไม่มีทางสวยหรูค่ะ

 

5.ตัวละครที่ชอบที่สุดในเรื่องคือ… เพราะ?

ฟีเวอร์ค่ะ ชอบฟีเวอร์มาก หลายคนอ่านเรื่องนี้แรกๆ จะเกลียดฟีเวอร์กันสุดๆ แรกๆ ที่เขียนนี่มีคนแอนตี้ฟีเวอร์เยอะมาก แต่ในเรื่องฟีเวอร์เป็นตัวละครที่สอนนักอ่านและกระตุ้นให้คนคิดได้มากที่สุด นั่นคือการที่เราไม่ชอบใครสักคนจากตัวเขา ทั้งๆ ที่เรายังไม่เข้าใจว่าเขาต้องเจอเรื่องอะไรมาบ้าง อะไรที่หลอมรวมทำให้เขาเป็นตัวเขาในวันนี้ค่ะ

เราเชื่อว่านักอ่านที่อ่านนิยายเล่มนี้แรกๆ ทุกคนต้องไม่ชอบฟีเวอร์ เพราะนางทั้งวุ่นวาย ไม่มีเหตุผล ดีแต่จะไปเกาะแกะเซริว ไล่ก็ไม่ไป เอะอะอะไรก็เซริวๆ แต่เบื้องหลังของฟีเวอร์เรียกได้ว่าลึกซึ้งมาก (แต่เดี๋ยวสปอยเกิน ไม่บอกดีกว่า อุอิๆ) ทั้งฟีเวอร์ยังเป็นตัวละครที่กุมความลับไว้หลายอย่างเวอร์ สำหรับพิราบฟีเวอร์เป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องเลยค่ะ

 

6.เรื่องนี้ต้องหาข้อมูล Reference อะไรเป็นพิเศษไหม

Reference ทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นเรื่องความรู้สึกที่ตัวเราพบเจอ หรือสังเกตอาการจากคนรอบข้าง ทั้งการหัวเราะ การร้องไห้ การยิ้ม การเย้าแหย่ โดยเฉพาะเรื่องฉากดราม่าฉากร้องไห้ เราต้องไปสังเกตอาการคนรอบข้างด้วย เช่น การสูญเสียคนที่เรารักโดยกะทันหัน คนที่ร้องไห้จะมีอาการพูดวกวน แล้วความสมเหตุสมผลในตัวจะหายไปช่วงหนึ่ง ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อ สมองตื้อตัน ช่วงที่ต้องสังเกตอะไรพวกนี้มันทำให้เรารู้สึกดาวน์ลงมามาก เราพยายาม Reference จากตัวเอง เอาความรู้สึกเขามาใส่ตัวเรา ถ้าเรายืนอยู่ตรงนั้นล่ะ ถ้าคนคนนั้นเป็นคนที่เรารักล่ะ ทุกการเขียนของเราจะต้องมีการบิวท์ตัวเองให้เข้าถึงตัวละครมากที่สุด สมมุติว่าเรามีพื้นหลังเป็นตัวละครตัวนั้น สมมุติว่าเรายืนอยู่ตรงนั้น เราจะทำยังไง? เราจะมีอาการยังไง? เศร้า? โกรธ? แค้น? ชิงชัง? เพราะฉะนั้น Reference เรื่องนี้จึงมาจาก Emotional ล้วนๆ ค่ะ

ยิ่งฉากดราม่าบีบตับบีบไตเนี่ย พิราบจะไม่เขียนจนกว่าจะบิวท์อารมณ์ตัวเองให้ได้ถึงระดับที่ต้องการค่ะ การบิวท์อารมณ์บางทีก็ใช้เพลง ใช้การทำความเข้าใจตัวละคร อะไรพวกนี้ค่ะ

 

7.เคยเเต่งนิยายต่อไม่ออกบ้างไหม เเบบว่าตัน ไปต่อไม่ได้ นักเขียนมีวิธีแก้ไขอย่างไรคะ

ตันค่ะ มีตันแน่นอน วิธีการแก้คือการเล่น animation ในหัวถึงภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้วคิดว่าตัวเรายืนอยู่ในนั้น อะไรคือสิ่งที่จะทำให้เราไปถึงฉากต่อไป แต่ถ้าเป็นตอนที่คิดพล็อตไม่ออกเราจะสร้างแผนผังค่ะ ว่ามีเหตุการณ์ไหนที่เป็นไปได้บ้าง เหตุการณ์ไหนที่ดูเป็นไปได้สมเหตุสมผลและเวิร์คที่สุด

แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพิราบนะคะ เวลาที่จะเขียนนิยายต่อให้ตันแค่ไหน พิราบจะไม่อ่านนิยายเรื่องอื่นเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงก็จะไม่อ่าน เพราะถ้าเราอ่านแล้วเราจะชอบติดไอเดียเรื่องอื่นมา แล้วเอาเรื่องนั้นมาประยุกต์ ซึ่งสำหรับพิราบมันจะทำให้เราพลาดเหตุการณ์ที่แปลกใหม่ไปเยอะเลย เราจะไปมองว่า “เห้ย ฉันชอบฉากนี้อะ ฉากนี้เด็ดสุดแล้ว อยากให้ตัวละครเราเจออะไรแบบนี้บ้าง” ซึ่งก่อนรีไรท์ติดอะไรพวกนี้มาเยอะมากก แต่ถ้าพิราบได้อ่านนิยายเรื่องอื่นจริงๆ ก็จะเว้นช่วงให้ลืมเรื่องที่อ่านไปก่อนค่ะ แล้วค่อยมาเขียนของตัวเอง เพราะงั้นจุดตันมันเลยเยอะมากก แล้วเวลามีคนทักว่าคล้ายกับเรื่องนั้นนะเรื่องนี้นะ พิราบก็สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า “อันนี้ไรท์ก็ไม่รู้นะว่าเหมือนยังไง เพราะทุกฉากไรท์เขียนขึ้นเองคิดขึ้นเอง” แต่ก็จะขอของอีกฝ่ายมาอ่านนะคะ ไม่ได้ว่าจะเช็กว่าเหมือนแค่ไหน แต่จะดูว่า..ไอเดียเราโหลขนาดนั้นเลยเหรอ 555

 

8.คิดว่าอะไรคืออุปสรรคสำคัญในการเป็นนักเขียน

เวลาค่ะ สำหรับพิราบต้องบอกว่าเวลาเลย เพราะเราเรียนสถาปัตย์เวลานอนก็แทบไม่มี งานเข้ามาล้นมือตลอดไม่เว้นแม้แต่ปิดเทอม นี่ก็จะจบปีสี่แล้ว (จะจบไหมนะ—-) ใจจริงก็อยากจะออกมาทำด้านนิยายจริงจังไปเลย เราอยากอยู่กับคนอ่าน อยากอยู่กับตัวละครที่เราสร้าง แต่เวลามันไม่ให้นี่สิคะ.. เพราะพิราบเป็นคนที่ถ้าจะทำ ต้องทำทั้งวัน จะไม่มีการทำแล้วพักทำแล้วเลิก ถ้าจะเขียนจะเขียนรัวๆ ไม่หยุดพักเลยค่ะ ช่วงปิดเทอมปี 2558 นั้นเขียนรัวร่วมร้อยกว่าตอน (สามเรื่อง) กลายเป็นน้ำหนักลดเฉย 555

 

9.หนังสือเล่มโปรดของนักเขียนคือเรื่องอะไรคะ

ถ้าเป็นนิยายก็ 1/2Prince เจ้าชายครึ่งร่างของอวี้หว่อที่แปลโดยสนพ.พูนิก้าค่ะ (ค่อนข้างเก่านะ 555) เราชอบเสน่ห์ของตัวละครและการดำเนินเรื่องของเขามาก แล้วก็อาจเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านนิยายด้วยมั้งคะ

ส่วนการ์ตูนนี่..หูย เยอะเลย แต่ถ้าให้เลือกสามเรื่องที่ชอบที่สุดคงเป็น Kusuriya no Hitorigoto, Dead Tube, Tenseishichatta yo (Iya, Gomen) ค่ะ

 

10.สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรเเก่เเฟนๆ บ้าง ปล.ผลงานอื่นๆ ของเราก็ได้

สิ่งที่อยากบอกแฟนๆ มากที่สุดคือ “ถึงพิราบจะดองบ่อย แต่พิราบจะไม่ทิ้งนักอ่านและนิยายแน่นอนค่ะ เค้าจะต้องได้นั่งเขียนทุกวันๆๆๆ ในอนาคตให้ได้ ขอฝากตัวด้วยนะคะ”

แล้วก็อยากฝากข้อความถึงคนที่อยากฆ่าตัวตายทุกคนว่า ถึงวันนี้จะแย่ ถึงวันนี้จะท้อและอยากทิ้งทุกสิ่ง เราก็ต้องพยายาม พยายามและดิ้นรนไปเรื่อยๆ สักวันจะมีวันที่เราฝ่าปัญหานั้นไปได้ การที่เราฆ่าตัวตายไปก่อน เท่ากับเราตัดทุกอย่างทิ้ง ไม่ใช่แค่อนาคตของเรา แต่เป็นทั้งชีวิตที่จะเกิดหลังเรา อนาคตเราอาจได้แต่งงาน มีลูก มีครอบครัว หรือในอนาคตเราอาจได้ช่วยใครบางคนไว้ก็ได้ แต่ถ้าเราตายไปคนนึง เท่ากับทำลายชีวิตใครหลายคนไป ถึงวันนี้จะไม่มีใครชอบเรา ถึงวันนี้จะมีแต่คนรังเกียจเรา แต่เราก็สามารถถอยออกมาจากตรงนั้น เราสามารถประสบความสำเร็จได้ในแนวทางของเรา ทุกครั้งที่พิราบท้อหรือถูกทำร้าย พิราบมักจะคิดเสมอว่า สักวันจะพิราบจะเอาความสำเร็จมาเหยียบหน้าคนพวกนั้นให้ได้! (ฮา) แล้วหลายครั้งมันก็ประสบความสำเร็จ

หากในวันนั้นตอนม.ต้นพิราบฆ่าตัวตายได้สำเร็จ วันนี้ก็จะไม่มีเรื่องวีอัลน่า สงครามครั้งสุดท้ายจากพระเจ้า และไม่ได้รู้จักกับสำนักพิมพ์อาเธน่า ไม่ได้รู้จักกับใครหลายคน ไม่ได้สัมผัสถึงความรัก ความสำเร็จ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอขอบคุณนักอ่าน สำนักพิมพ์และทุกๆ คนมากๆ ในหลายๆ ความหมายนะคะ

ส่วนผลงานอื่นตอนนี้ก็มีเรื่อง Codename : Zike เจาะรหัสดับแค้น กับ Codename : Zifa เจาะรหัสล่าแค้นค่ะ ที่ตอนนี้เขียนจบแล้ว เป็นเรื่องราวการล้างแค้นของไซค์ที่จะเป็นคนละแนวกับเซริวนิดนึง คือในเรื่องวีอัลน่า เหล่าตัวเอกจะเป็นผู้ถูกกระทำค่ะ แต่ในเรื่องไซค์กลุ่มตัวเอกจะเป็นผู้กระทำ เรื่องนี้จะเป็นเรื่องของไซค์ที่ถูกทรยศและฆ่าล้างครอบครัวตั้งแต่เด็ก เขาจึงโตมาโดยมุ่งเน้นในเรื่องการแก้แค้นมาตลอด ยอมทำทุกอย่างเพื่อการล้างแค้น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงเป้าหมาย การฆ่า การกระทำหลายๆ อย่าง ต่อมาคือเรื่องของซีฟาที่เป็นรุ่นลูกของไซค์ค่ะ จะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องของการล้างแค้นที่ไม่สิ้นสุด

แล้วก็มีแนว Yaoi อีกเรื่องค่ะ ชื่อเรื่อง La Neve Chain พันธนาสีโพลน ที่จะพูดถึงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ตายตั้งแต่อายุหกขวบ แต่ถูกฟื้นคืนชีพขึ้นมาโดยท่านลอร์ด จากมนุษย์จึงกลายเป็นภูตหิมะ พอโตมาก็กลายเป็นคนรักของท่านลอร์ดคนนั้น แต่เพราะการคืนชีพที่เป็นชาติที่สองใกล้กับชาติแรกทำให้เนื้อคู่จากชาติแรกและชาติที่สองซ้อนทับกัน และเพราะเหตุบางอย่าง ความทรงจำและความรู้สึกของชาติแรกจึงเริ่มกลับมาค่ะ